• Skip to primary navigation
  • Skip to main content
  • Skip to footer

Sawasdee

Sawasdee
  • Happenings
  • Inspiration
  • Food & Drink
  • บทความภาษาไทย
  • Thai Airways
  • Download e-Magazine
  • Toggle Search

    City Guides

    Bangkok

    วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

    Chiang Mai

City Guides

วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

Chiang Mai

Bangkok

เดินเท้าเข้าพระนครพร้อมคู่มือสำรวจย่านเก่าของกรุงเทพฯ ในมุมใหม่

บทความภาษาไทย

ชวนเหล่านักเดินทางออกสำรวจย่านเก่าของกรุงเทพฯ ถักทอความทรงจำในวันวานด้วยการกลับไปเยือนร้านรวงเก่า ๆ และมุมใหม่ ๆ ที่มอบชีวิตชีวาให้กับย่านพระนครแห่งนี้อย่างแท้จริง

December 31, 2025

Text: Kunakorn Vanichviroon

6 min read

Facebook LinkedIn Line Viber Pinterest Twitter Email

ถ้าคุณคุ้นเคยกับกรุงเทพฯ จนเริ่มรู้สึกว่าชีวิตในย่านที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าก้าวรุดหน้าในจังหวะเร่งรีบเกินไป หรือชักจะเห็นว่าร้านค้าร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้าที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำมอบประสบการณ์ซ้ำ ๆ ไม่แตกต่างจากที่หาได้ตามเมืองใหญ่ทั่วโลกละก็ ผมขอแนะนำให้คุณจัดสรรเวลาสักครึ่งวัน แต่งตัวสบาย ๆ ก่อนจะพกร่มใส่กระเป๋าผ้าสักใบ เพื่อออกไปทำความรู้จักกับย่านเก่า ที่ซึ่งตัวตนความเป็นกรุงเทพฯ ยังแจ่มชัด รอให้คุณมาซึมซับเสน่ห์ ผ่านอาหารรสแท้ สิ่งก่อสร้างสะดุดตา และเรื่องราวนานัปการที่ถูกผนึกอยู่ในเขตย่านเก่าของพระนคร

ในฐานะนักประวัติศาสตร์และมัคคุเทศก์สายวัฒนธรรม ผมอยากท้าทายให้คุณเริ่มต้นสลัดความจำเจในชีวิตโดยทิ้งการสัญจรบนท้องถนน แล้วหันไปพึ่งเรือโดยสารสาธารณะที่พร้อมพาคุณเดินทางจากท่าเรือหัวช้างใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสยาม ผ่านคลองแสนแสบ แล้วตรงสู่เขตเมืองเก่าภายใน 15 นาที โดยไม่ต้องลุ้นว่าการจราจรจะติดขัดหรือเปล่า แถมยังเป็นโอกาสเปิดประสบการณ์ชมเมืองกรุงในมุมใหม่ให้คุณแปลกใจกับการค้นพบวัดเก่าแก่ซึ่งมองไม่เห็นจากถนน และได้ลุ้นตอนเรือลอดใต้สะพานเหล็กซึ่งรองรับรางรถไฟ ยอดสีทองอร่ามของเจดีย์ภูเขาทองที่เริ่มปรากฏอยู่รำไรเป็นสัญญาณให้เรือลดความเร็วเพื่อเตรียมเข้าเทียบ ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งเป็นจุดหมายของเรา

ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ
ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ

บริเวณท่าเรือผ่านฟ้าเป็นชุมทางการคมนาคมที่ถนนสายสำคัญหลายสายทอดมาบรรจบกัน แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปราวสองร้อยปี พื้นที่แถบนี้ก็นับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญอันดับต้น ๆ ของพระนคร จึงต้องสร้างป้อมขนาดใหญ่อย่าง ป้อมมหากาฬ เอาไว้รับมือข้าศึกซึ่งอาจยกเข้ามาตีพระนครจากทางทิศตะวันออก แต่วันนี้ผมจะยังไม่นำคุณข้ามไปสำรวจป้อมและแนวกำแพงเมืองโบราณที่เหลืออยู่หรอกนะ แต่จะเลือกนำคุณเดินข้าม สะพานมหาดไทยอุทิศ สะพานอายุกว่า 110 ปีแห่งนี้มักจะถูกเรียกว่า “สะพานร้องไห้” ตามประติมากรรมนูนต่ำรูปบุรุษและสตรีที่เอามือปิดป้องใบหน้า สื่อความโศกเศร้าเมื่อคราวพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. 2453

ป้อมมหากาฬ
ป้อมมหากาฬ
สะพานมหาดไทยอุทิศ
สะพานมหาดไทยอุทิศ

เมื่อก้าวพ้นสะพานร้องไห้ เราจะพบ ถนนบริพัตร ซึ่งเป็นย่านค้าไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯ แม้บรรยากาศจะไม่พลุกพล่านเหมือนแต่ก่อนเพราะเจ้าของร้านส่วนมากขยับขยายไปเปิดร้านใหม่อยู่แถวบางโพ ที่ห่างออกไปราว 10 กิโลเมตร แต่ก็ยังพอเห็นลูกค้าแวะเวียนมาหาบานประตูไม้สักงาม ๆ อยู่บ้าง บางร้านปรับตัวมาขายป้ายชื่อหรือช้างแกะสลักขนาดพอดีมือให้นักท่องเที่ยวซื้อไปเป็นที่ระลึก ไม่ก็เปิดเป็นคาเฟ่ตกแต่งเก๋

ถ้าแข้งขาของคุณยังดี ผมอยากชวนให้ไต่บันไดสามร้อยกว่าขั้นเพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพเมืองกรุงในมุมสูงจากบน ภูเขาทอง ภูเขาเทียมแห่งวัดสระเกศนี้ ถูกกำหนดให้เป็นจุดหมายตา (แลนด์มาร์ค) สุดอลังการนอกกำแพงพระนคร แต่ระหว่างการก่อสร้างกลับมีเหตุผิดพลาดจนต้องถูกปล่อยร้างนานหลายปี ก่อนจะมีการปรับแบบและกลับมาสร้างต่อจนมีรูปลักษณ์เป็นเจดีย์ทรงระฆัง อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ภูเขาทอง
ภูเขาทอง

นอกจากภูเขาทอง วัดสระเกศ เองก็ยังมีเรื่องราวเปี่ยมสีสันซ่อนไว้อีกมาก ป้ายชื่อ “ถนนคลองถมวัดสระเกศ” เป็นหลักฐานว่าเดิมที อารามอันกว้างขวางแห่งนี้เคยมีคลองโอบล้อมอยู่ทุกด้าน เนื่องจากวัดแห่งนี้เมื่อราวสองร้อยปีก่อนเคยเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลศพของชาวเมืองกรุง แต่หากเป็นศพไร้ญาติ หรือในช่วงโรคห่า อหิวาตกโรคระบาดหนักก็จะถูกขนออกจากพระนครมาทิ้งไว้ในส่วน “ป่าช้าผีดิบ” ของวัด เพื่อให้แร้งและสุนัขมาแทะกิน ทุกวันนี้ไม่มีภาพชวนสยองหรือฝูงแร้งบินร่อนอยู่เหนือวัดสระเกศอีกต่อไป แต่ยังมีประติมากรรมจำลองใกล้กับฐานภูเขาทองคอยสื่อสารเรื่องราวฉากนี้ไม่ให้เลือนหายไปกับกาลเวลา

เรากลับไปยังถนนบริพัตรก่อน แล้วจึงเลี้ยวขวาเพื่อข้ามสะพานที่ทอดข้ามคลองรอบกรุง สู่สี่แยกที่มีป้ายชื่อเด่นหราระบุว่า แยกสำราญราษฎร์ แต่เดิมที ผู้คนนิยมชื่อ “แยกประตูผี” ที่ชวนหวาดหวั่นมากกว่า เพราะบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของประตูเมืองซึ่งใช้หามศพคนที่ตายภายในพระนครออกไปประกอบพิธีกรรมนอกกำแพงเมือง โดยเฉพาะที่วัดสระเกศซึ่งเราเพิ่งแวะไปชมมา ทว่ามาวันนี้ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศนิยมมาที่ย่านประตูผีเพื่อลิ้มลองอาหารเลิศรส ถ้าคุณอยากหาอะไรใส่ท้องสักหน่อย นี่เป็นโอกาสลิ้มรส ผัดไทยทิพย์สมัย ซึ่งเปิดขายมายาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

ร้านผัดไทยทิพย์สมัย
ร้านผัดไทยทิพย์สมัย

ถนนสำราญราษฎร์ อันเป็นที่มาของชื่อแยกใหม่ที่เอามาใช้แทนชื่อ “แยกประตูผี” เป็นถนนสายเล็ก ๆ ที่ทรงเสน่ห์ไม่น้อย ตลาดสดด้านหลังที่เคยพลุกพล่านอาจร้างราผู้คนไปมาก แต่ร้านเย็นตาโฟและร้านข้าวต้มเป็ดก็ยังมีคนเดินทางมาอุดหนุนกันเรื่อย ๆ ถนนสำราญราษฎร์ไม่ได้มีแต่ร้านอาหารเก่าแก่หรอกนะครับ ยังมี ร้านหนังสือเดินทาง (Passport Book) ที่คัดสรรหนังสือดี ๆ สู่สายตานักอ่านมานานกว่า 20 ปี ที่เพิ่งย้ายมาเปิดได้ไม่นาน แม้แต่ Onibus Cafe คาเฟ่แนวมินิมอลจากโตเกียวก็เลือกมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยบนถนนสายนี้ ซึ่งช่วยแต่งเติมความเก๋ไก๋ครบครันให้ถนนเล็ก ๆ สายนี้ได้ไม่น้อย

ร้านหนังสือเดินทาง (Passport Book)
ร้านหนังสือเดินทาง (Passport Book)

องค์ประกอบซึ่งช่วยให้ถนนสำราญราษฎร์สื่อความเป็นกรุงเทพฯ ชัดเจนมาก คือรูปยักษ์และเทวดาประดับยอดพระปรางค์ภายใน วัดเทพธิดาราม วัดนี้มีจิตรกรรมฝาผนังรูปดอกไม้ลายเส้นอ่อนช้อยและออกจะมีสีหวานเป็นพิเศษ ด้วยเป็นวัดที่รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดฯ ให้สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาองค์ใหญ่ โดยส่วนที่เด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นประติมากรรมภิกษุณี 52 รูปในวิหาร ซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

วัดเทพธิดาราม
วัดเทพธิดาราม

เขตสังฆาวาสหรือส่วนที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ในวัดเทพธิดาราม ยังแฝงบรรยากาศสงบงามราวกับหมู่บ้านเล็ก ๆ รอยคราบบนกระเบื้องมุงหลังคาชวนให้รู้สึกว่าเรากำลังย้อนเวลากลับไปสู่ปี พ.ศ. 2383 ในสมัยที่สุนทรภู่ยอดกวีผู้มีชื่อเสียงเลื่องระบือยังคงจำพรรษาอยู่ในวัดเทพธิดาราม กุฏิที่ท่านเคยพำนัก ถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เชิญชวนให้ผู้มาเยือนเข้าไปเรียนรู้ความปราดเปรื่องของสุนทรภู่ แล้วร่วมสดับฟังคำกลอนเสียงเสนาะหูจากผู้นำชมมากทักษะ

ถนนสำราญราษฎร์ทอดมาจรดลานกว้างหน้า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร อาคารมหึมาที่ดูราวกับป้อมปราการหลังนี้เป็นฝีมือการออกแบบของหม่อมเจ้าสมัยเฉลิมกฤดากร สถาปนิกพิเศษแห่งกรมศิลปากร ซึ่งมุ่งจะสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ตามขนบสุนทรียะของสมัยทศวรรษ 1950 แนวเสาสูงใหญ่ด้านหน้าสื่อถึงอำนาจและเสริมความขึงขัง ส่วนกรอบหน้าต่างยอดสามเหลี่ยมอาจจะตั้งใจสะท้อนโครงหลังคาของ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งตั้งประจันอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

งานก่อสร้างศาลาว่าการฯ แยกทำเป็นเฟสและกินเวลานานนับทศวรรษ พอล่วงเข้าสู่ทศวรรษ 1960 รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สั่งตัดลดงบประมาณจนต้องยกเลิกแผนการก่อสร้างหอนาฬิกาขนาดยักษ์สูงเท่าตึก 10 ชั้น ซึ่งตั้งใจสร้างให้เป็นจุดสังเกตการณ์ทั่วพระนคร ทั้งที่ได้ลงเสาเข็มอยู่ใต้ดินไว้เรียบร้อยแล้ว ในตอนนั้น สถาปนิกบางคนออกปากว่าน่าเสียดาย ขณะที่อีกหลายคนโล่งอก ที่ไม่ต้องทนมองโอเบลิสก์คอนกรีตแท่งยักษ์โผล่ขึ้นมาขโมยซีนไปจากเสาชิงช้า

เสาชิงช้า
เสาชิงช้า
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

สนทนาเรื่องสถาปัตยกรรมกันมาสักพัก น่าจะได้เวลาขยับแข้งขาเดินเลาะไปตามถนนซึ่งทอดตรงสู่ ศาลเจ้าพ่อเสือ กันแล้ว ถนนมหรรณพ เป็นหนึ่งในแหล่งชุมนุมอาหารเลิศรสของกรุงเทพฯ หลายร้านส่งต่อสูตรลับกันมาหลายรุ่น นอกจากนี้บางเมนูยังหาทานได้ยากเหลือเกิน เช่น ขนมจีนไหหลำ โกหลุ่นที่น้ำราดหนืดข้นเป็นเอกลักษณ์ ให้รสสัมผัสตัดกับหมูกรอบ หรือเมนูกระเพาะปลาของร้าน มิตรโภชนา ที่ยังมีรสชาติกลมกล่อมไม่ต่างจากที่ผมเคยทานเมื่อสมัยยังเด็ก

อิ่มเมนูอาหารคาวแล้ว ผมอยากพาคุณเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถนนตะนาว ไปเลือกทานของหวานกันต่อ ซุ้มประตูแบบฝรั่งที่ตั้งตระหง่านอยู่นั้นเคยเป็น ประตูวังสรรพศาสตร์ศุภกิจ แต่เมื่อวังเดิมถูกเพลิงไหม้จึงรื้อสร้างใหม่เป็นตึกแถว ขณะที่คุณกำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นเก็บภาพเป็นที่ระลึก กลิ่นหอมจากกระทะที่มีน้ำมันเดือดพล่านของ ร้านเผือกหิมะเจ๊นี อาจลอยมาเตะจมูกจนคุณต้องแวะชิม ถัดไปสักหน่อย คุณจะเห็นผลไม้สีเหลืองกองโตหน้า ร้าน ก. พานิช ที่ขายข้าวเหนียวมูนเม็ดสวยฉ่ำกะทิสำหรับทานคู่กับมะม่วงสุกมาจวนจะครบร้อยปี

ประตูวังสรรพศาสตร์ศุภกิจ
ประตูวังสรรพศาสตร์ศุภกิจ

อีกฟากของถนนตะนาวคือ แพร่งภูธร ย่านนี้เคยเป็นวังขุนนาง ก่อนจะมีการรื้อวังแล้วสร้างตึกแถวสูงสองชั้นหน้าตาฝรั่งอย่างที่เห็นขึ้นแทนในสมัยรัชกาล ที่ 5 ตอนที่เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เติบโตพรวดพราดจนเกิดความต้องการเปิดกิจการร้านค้าในอาคารก่ออิฐถือปูนที่น่าจะปลอดภัยจากเรื่องฟืนไฟมากกว่า แถมยังมีแนวกันสาดเชื่อมถึงกันให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกหาข้าวของโดยไม่ต้องกังวลเรื่องฝนหรือแดด ทุกวันนี้แพร่งภูธรอาจจะไม่ได้เป็นย่านค้าขาย เหมือนในอดีต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครมาเยือน

แพร่งภูธร
แพร่งภูธร

แพร่งภูธรคืออีกหนึ่งตัวอย่างของย่านเก่าในเมืองกรุงที่สามารถผสานเสน่ห์วันวานเข้าและความสร้างสรรค์อย่างไม่สิ้นสุด มั่นใจได้เลยว่า โรงแรมบูติกน้อยห้องแต่มากรายละเอียดและอาหารคาวหวานอันเป็นเอกลักษณ์ในย่านนี้ จะชวนให้คุณใช้ชีวิตในจังหวะช้าลงเพื่อเพลิดเพลินกับรสชาติและประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งบำบัดความชินชากับชีวิตในเมืองใหญ่ได้ไม่มากก็น้อย

ชวนมาเดินชมย่านพระนคร

เพราะประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกจํากัดให้อยู่เพียงบนหน้ากระดาษ หากยังอบอวลอยู่ในทุกย่างก้าวของย่านเมืองเก่า ออกเดินเท้าฟังเรื่องเล่ารอบเมืองไปด้วยกันกับ Royal Orchid Holidays ได้ที่ royalorchidholidays.com

เปิดประสบการณ์การเดินชมย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ในมุมใหม่ เดินทางสู่กรุงเทพฯ กับการบินไทย

Latest Stories

A Night view of Anshun Covered Bridge in Chengdu.

Experiences

5 Festive Experiences to Enjoy During Chinese New Year in Chengdu

Golden monument of Johann Strauss in city park of Vienna Austria

Inspiration

Winter Classics of Central Europe: Mesmerizing Cultural Moments in Vienna, Prague & Budapest

A room with a view.

Check In

The Weekend Sanctuary in Thailand: 3 New Escapes for a Perfect Unwind

Footer

About Us

  • Our website
  • Advertise with us
  • User agreement
  • Privacy policy
  • Cookie policy
Thai Airways

Social

  • Instagram

COPYRIGHT © 2026 Thai Airways International Public Company Limited (THAI). All rights reserved.

A Star Alliance Member
Sawasdee
  • Happenings
  • Inspiration
  • Food & Drink
  • บทความภาษาไทย
  • Thai Airways
  • Download e-Magazine
  • Toggle Search

    City Guides

    วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

    Chiang Mai

    Bangkok

City Guides

วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

Chiang Mai

Bangkok

BOOK FLIGHTS NOW