บาหลี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่และมีภูมิประเทศที่หลากหลาย จนเราสามารถเที่ยวชมผืนป่าและวัดวาอารามในอูบุด สัมผัสความยิ่งใหญ่ของ ภูเขาไฟอากุง หรือจะเดินเล่นในเมืองเซิร์ฟสุดคูล ย่านจังกูได้ในทริปเดียว อย่างไรก็ตามการจะเที่ยวให้ทั่วเกาะอาจต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์ และต้องอดทนต่อสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างเลี่ยงไม่ได้ เราจึงขอออกแบบการเดินทาง 3 วัน ที่เน้นเฉพาะชายฝั่งตะวันตก เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุด 3 แบบ โดยไม่ต้องเสียเวลาบนรถนานเกินไป
วันที่ 1 : ตะลอนชิมรอบจังกู สวรรค์ของคนรักอาหาร
จังกู ถือเป็นย่านสุดเท่ของบาหลี ที่เหล่านักเซิร์ฟและนักเดินทางจากทั่วโลกมักเลือกมาปักหลักพักผ่อนระยะยาว ร้านอาหารในย่านนี้ก็เรียกว่าเต็มเพียบเช่นกัน เราแนะนำให้เริ่มต้นมื้อเช้าริมหาดที่ COMO Beach Club ตื่นตากับการออกแบบตกแต่งด้วยสีสันสดใส ฝีมือของ Paola Navone ดีไซเนอร์ชาวมิลาน
จากนั้นแวะไป Desa Kitsuné ช็อปปิงคอลเลกชันพิเศษของแบรนด์ Maison Kitsuné ที่มีขายเฉพาะในบาหลีเท่านั้น ช่วงเที่ยงไปอิ่มอร่อยต่อกันที่ Bar Vera ร้านอาหารและไวน์บาร์สไตล์ยุโรป ที่ตั้งอยู่ใน Further Hotel โรงแรมแสนเก๋ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ตกแต่งด้วยกระเบื้องดินเผา ไม้ และหินอย่างมีสไตล์ สั่งเมนูซิกเนเจอร์อย่างปลากะพงขาว หรือไก่ย่างถ่าน จับคู่กับรายการไวน์ขาวระดับพรีเมียม ที่คัดสรรโดยซอมเมอลิเยร์ Marcus Boyle
พอแดดร่มลมตกก็ได้เวลาไปชม วัดฮินดูทานาล็อต ซึ่งตั้ง อยู่บนเกาะหินเล็ก ๆ ไม่ไกลจากชายฝั่ง ในช่วงน้ำลดสามารถเดินไปยังเกาะเพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของมหาสมุทร ก่อนปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำที่ Sazón ร้านอาหารสเปนในโรงแรม Regent Bali Canggu ซิมเมนูทาปาสสารพัดชนิด ตั้งแต่ ตอร์ติญ่า ไปจนถึงปาเอญ่าใส่หมูไอเบอริโก
วันที่ 2 : เมื่อศิลปะและความยั่งยืน บรรจบกัน ณ หมู่บ้านสร้างสรรค์ริมทะเล
Desa Potato Head ที่ตั้งอยู่บนหาดเซมินยัก เคยเป็นบีชคลับระดับโลกที่ต่อยอดสู่การเป็นรีสอร์ตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็น Creative Village ที่มีทั้งงานศิลปะ ร้านอาหาร และกิจกรรมมากมายให้สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ตลอดทั้งวัน

