เนเธอร์แลนด์อาจมีขนาดกะทัดรัดแต่ในทางกลับกันกลับมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมอย่างยิ่งใหญ่ นานนับศตวรรษที่เหล่าศิลปินชาวดัตช์ รวมทั้งพ่อค้า นักวิทยาศาสตร์ และนักสำรวจล้วนต่างมีส่วนในการรังสรรค์หน้าประวัติศาสตร์ยุโรปด้วยการทิ้งมรดกไว้ให้ชนรุ่นหลังได้สัมผัส ซึ่งหากนักเดินทางที่ได้ไปเยือนประเทศนี้โดยเฉพาะเมืองอัมสเตอร์ดัม แม้จะมีเวลาเพียงแค่ 72 ชั่วโมง ก็สามารถลัดเลาะไปตามถนนและลำคลองในบ้านเกิดของอัจฉริยะแห่งศิลปะดัตช์ได้อย่างน่าประทับใจ

ศตวรรษที่ 17 คือยุคทองของเนเธอร์แลนด์ที่เป็นทั้งศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมยุโรป รวมไปถึงแหล่งรวมความรู้ทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม เศรษฐกิจเฟื่องฟูและเมืองท่าเนืองแน่นไปด้วยเรือสินค้าที่นำเข้าของดีจากต่างแดนอย่างเครื่องเทศ ผ้าไหม พรมตุรกี และแจกันสมัยราชวงศ์หมิง โดยหนึ่งในกลุ่มคนสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนยุครุ่งเรืองนี้คือศิลปินชาวดัตช์ทั้งหลาย เช่น โยฮันเนิส เฟอร์เมร์ (Johannes Vermeer) ยัน สเตน (Jan Steen) และแร็มบรันต์ ฟัน ไรจน์ (Rembrandt van Rijn) ผู้สร้างสรรค์งานศิลป์ชั้นครูมากมายที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกและควรค่าแก่การรับชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง ทริป 3 วันในอัมสเตอร์ดัมและเมืองรอบ ๆ นี้จึงออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่ต้องการประจักษ์กับผลงานสุดล้ำค่าเหล่านี้ได้ไปดื่มด่ำถึงถิ่นกำเนิดกันอย่างเต็มอิ่ม
วันที่ 1
ชื่นชมสุดยอดผลงานของศิลปินผู้เป็นรุ่งอรุณแห่งศิลปะดัตช์
เริ่มต้นครึ่งวันแรกของทริปด้วยพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไรจ์กส์ (Rijksmuseum) เพื่อยลโฉม The Nightwatch งานวาดเลื่องชื่อของแร็มบรันต์ ที่นำเทคนิคการใช้แสงสว่างและเงามืด (chiaroscuro) มาสร้างระยะชัดลึกและความรู้สึกราวกับคนในรูปกำลังเคลื่อนไหว ต่อด้วย The Milkmaid, The Little Street, Woman Reading a Letter และ The Love Letter ผลงานของเฟอร์เมร์ ศิลปินผู้ช่ำชองการวาดภาพแนวชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนเรื่องราวหรือเหตุการณ์ธรรมดา ๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน แต่กลับสะกดสายตาด้วยการวางองค์ประกอบของภาพ ทั้งพื้นผิว แสงและเงา และอย่าลืมเข้าไปในโซน Asian Pavilion เพื่อชมคอลเลกชันงานศิลป์จากไทย จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม
ออกจากพิพิธภัณฑ์ไปเดินเล่นชมวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองอัมสเตอร์ดัมที่ ยอร์ดาน (Jordaan) ย่านที่อบอวลด้วยมนต์เสน่ห์ของบ้านริมคลองทรงแคบอายุยาวนานหลายศตวรรษ อิ่มเอมใจแล้วแวะชิมแซนด์วิชสไตล์ดัตช์หรือทาร์ตแอปเปิ้ล พร้อมชมวิวสวย ๆ ของคลองปรินเซนกราคต์ (Prinsengracht) ที่ Café Papeneiland ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ ค.ศ. 1642 ปีเดียวกับที่แร็มบรันต์วาดรูป The Nightwatch
