โคเปนเฮเกนไม่ใช่เมืองที่ส่งเสียงอึกทึก แต่เป็นเมืองที่ส่องประกายอย่างเรียบง่าย เมืองหลวงของเดนมาร์กแห่งนี้ขัดเกลาศิลปะแห่งการเป็น “เมืองที่มีชีวิต” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่ซึ่งมรดกทางประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่เคียงคู่ไปกับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน รวมทั้งการออกแบบที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มาลองออกเดินทางเพื่อสัมผัสว่า “แสง” ทั้งจากธรรมชาติและแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ได้กำหนดทิศทางวิถีชีวิตแบบนอร์ดิกอย่างไรไปพร้อม ๆ กัน
หากพูดถึงเมืองที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเบอร์ต้น ๆ ของโลก โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์กต้องเป็นหนึ่งในนั้น เพราะวางเรื่อง “สิ่งแวดล้อม” ให้เป็นหัวใจของการพัฒนาเมือง ไม่เว้นแม้แต่การท่องเที่ยว ที่นี่เป็นต้นกำเนิดของโครงการ CopenPay ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยชวนให้ผู้มาเยือนร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แลกกับสิทธิพิเศษหรือส่วนลดค่าอาหาร ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ฯลฯ การมาเยือนเมืองนี้จึงไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของโลก
วันที่ 1
ตระเวนย่านเมืองเก่า
แค่เลือกใช้เมโทรหรือรถไฟจากสนามบินโคเปนเฮเกนเข้าเมืองแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถแท็กซี่ ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดโลกร้อนได้ และหากเลือกใช้เมโทรสาย M2 มาลงที่สถานี Kongens Nytorv ก็จะถึงย่านเมืองเก่า Indre By ที่เป็นย่านประวัติศาสตร์สำคัญของโคเปนเฮเกน หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่อยู่ใกล้ย่านนี้คือ Amalienborg Palace พระราชวังประจำราชวงศ์เดนมาร์กที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ทุกวันเวลาเที่ยงตรงจะมีพิธีเปลี่ยนเวรทหารที่ยังคงดำเนินตามธรรมเนียมดั้งเดิม
ไม่ไกลกันคือย่าน Nyhavn ท่าเรือการค้าสำคัญในศตวรรษที่ 17 ในอดีตอาคารสีสดที่เรียงรายริมคลอง เคยเป็นที่พักของเหล่ากะลาสี พ่อค้า รวมถึงนักเขียนระดับโลก ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ก่อนจะกลายเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร และหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองที่ใครก็ต้องแวะมาถ่ายรูป
ช่วงมื้อเที่ยงแนะนำ Schønnemann ภัตตาคารเก่าแก่อายุกว่า 150 ปีที่เสิร์ฟเมนูเดนิชขึ้นชื่ออย่าง แซนด์วิชหน้าเปิด หรือ Smørrebrød ช่วงบ่ายแนะนำให้ไปต่อที่ Rosenborg Castle ปราสาทสไตล์เรอแนซองส์ ที่มีห้องเก็บเครื่องประดับ เครื่องราชกกุธภัณฑ์และมงกุฎของราชวงศ์เดนมาร์กเป็นไฮไลต์ ช่วงเย็นแวะไปเดินเล่นชอปปิงที่ถนน Strøget แวะชมบูติก Royal Copenhagen เครื่องพอร์ซเลนชื่อดังของเดนมาร์ก ถ้ายังไม่เหนื่อยลองแวะไปที่ Tivoli Gardens สวนสนุกกลางเมืองที่เปิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2386
