• Skip to primary navigation
  • Skip to main content
  • Skip to footer

Sawasdee

Sawasdee
  • Happenings
  • Inspiration
  • Food & Drink
  • บทความภาษาไทย
  • Thai Airways
  • Download e-Magazine
  • Toggle Search

    City Guides

    Bangkok

    วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

    Chiang Mai

City Guides

วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

Chiang Mai

Bangkok

สำรวจ Grand Trunk Road มหาเส้นทางแห่งปากีสถาน

บทความภาษาไทย

การเดินทางตามรอยเส้นทาง Grand Trunk Road ของปากีสถาน เปรียบเสมือนการได้เดินทางผ่านหลากจักรวรรดิ เมืองโบราณ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมภูมิภาคเอเชียใต้มานับพันปี

May 1, 2026

Text: Kunakorn Vanichviroon

6 min read

Facebook LinkedIn Line Viber Pinterest Twitter Email

มีเพียงไม่กี่เส้นทางที่สามารถเชื่อมโยงผู้มาเยือนกับประวัติศาสตร์ได้โดยเท่ากับ Grand Trunk Road หนึ่งในทางหลวงที่เก่าแก่ของเอเชีย เส้นทางในตำนานที่ลากเส้นสายและทอดตัวผ่านหลายประเทศรวมทั้งก้าวข้ามผ่านกาลเวลาเส้นนี้ ทำหน้าที่ยืนหยัดทั้งเส้นทางสำหรับการค้า การย้ายถิ่นฐาน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ในปากีสถาน เส้นทางนี้เปรียบเสมือนหอจดหมายเหตุที่มีชีวิต ซึ่งเมืองโบราณ ขุมทรัพย์ทางโบราณคดี และจุดหมายสำคัญของจักรวรรดิ ตั้งตระหง่านอยู่เคียงคู่กับจังหวะชีวิตในยุคปัจจุบัน การเดินทางบนเส้นเลือดใหญ่ทางประวัติศาสตร์สายนี้จึงไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่ธรรมดา แต่เป็นการสัมผัสถึงรอยประทับของอารยธรรมต่าง ๆ ที่เคยผ่านทางนี้ และยังคงทิ้งเรื่องราวที่ช่วยขับเคลื่อนภูมิภาคนี้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

มัสยิดบาดชาฮี
มัสยิดบาดชาฮี

ปากีสถานครอบคลุมดินแดนส่วนสำคัญของภูมิภาคเอเชียใต้ ทั้งยังอัดแน่นด้วยผู้คนกว่า 260 ล้านชีวิตซึ่งมีภาษาวัฒนธรรมอันหลากหลาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศอันซับซ้อนเช่นนี้ออกมาเป็นเรื่องราวขนาดพอคำ นับว่าโชคดีที่เส้นทางสายหนึ่งในปากีสถาน สามารถนำเราเข้าไปสัมผัสนครเปี่ยมชีวิต ภูมิทัศน์เปี่ยมความหมาย แถมยังได้ดื่มด่ำกับรอยประทับของจักรวรรดิน้อยใหญ่ซึ่งผลัดกันเข้ามามีอิทธิพลเหนือดินแดนแถบนี้อย่างครบครัน เส้นทางที่ว่านั้นคือ “ถนนสายประธานใหญ่” หรือ Grand Trunk Road

ชื่อ Grand Trunk Road อันน่าเกรงขาม ที่ชาวปากีสถานมักเรียกขานกันอย่างย่นย่อว่า GT Road เป็นชื่อที่เจ้าอาณานิคมชาวอังกฤษเพิ่งจะตั้งขึ้นเมื่อ 200 ปีที่แล้ว ทั้งที่จริงเส้นทางสัญจรทางบกที่ทอดจากอัฟกานิสถานทางตะวันตกผ่านเข้ามายังปากีสถาน อินเดีย ไปจนจรดเมืองท่าจิตตะกองของบังคลาเทศทางทิศตะวันออก ปรากฏมาช้านานตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาลหรือเมื่อเกือบสามพันปีที่แล้วด้วยซ้ำ และถูกกล่าวถึงในชื่อ “อุตตราปาฐ” หรือ “เส้นทางสายเหนือ” เพราะทอดเชื่อมเมืองสำคัญทางตอนเหนือของอนุทวีปเอาไว้อย่างครบครัน และนับเป็นเส้นทางการค้าที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดสายหนึ่งของโลก

การสำรวจเส้นทาง Grand Trunk Road เฉพาะส่วนที่อยู่ในปากีสถาน ซึ่งมีระยะทางราว 600 กิโลเมตรของเรา เริ่มต้นจากด่านพรมแดนกับอัฟกานิสถาน ที่ เมืองทอร์คัม หากสถานการณ์ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านสงบก็น่าถือโอกาสแวะชม ป้อมมิชนี ที่ตระหง่านอยู่ท่ามกลางเทือกเขาฮินดูกูช อันสลับซับซ้อน หากดูเผิน ๆ อาคารศิลาหน้าตาขึงขังที่มีผนังหนาทึบแทรกด้วยช่องหน้าต่างเล็กจิ๋วหลังนี้อาจดูคล้ายป้อมของอัศวินสมัยกลาง ทั้งที่จริงมันคือป้อมตรวจการที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษให้สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน (พ.ศ. 2456) เพื่อควบคุมการสัญจรผ่านทำเลยุทธศาสตร์อย่าง ช่องเขาไคเบอร์ ซึ่งเป็นปากประตูที่บรรดาพ่อค้า นักเดินทาง และกองทหารผู้พิชิตมากหน้าหลายตาใช้เป็นเส้นทางเดินทัพเข้าสู่เอเชียใต้มาช้านาน

Grand Trunk Road ในอดีต
Grand Trunk Road ในอดีต

ย้อนกลับไปราว 2,350 ปีก่อน อเล็กซานเดอร์มหาราช กษัตริย์หนุ่มจากมาซิโดเนีย เคยนำกองทัพมหึมาเคลื่อนผ่านดินแดนแถบนี้ ว่ากันว่า อาริสโตเติลผู้เป็นอาจารย์เคยบอกอเล็กซานเดอร์ว่า ‘หากวันใดพระองค์ขึ้นไปยืนอยู่บนเทือกเขาฮินดูกูช ขอจงมองไปทางตะวันออกแล้วจะเห็นชายฝั่งอันเป็นสุดขอบโลก’ แต่ครั้นอเล็กซานเดอร์ได้มายืนอยู่บนเทือกเขาฮินดูกูช ทางตะวันตกของปากีสถานในปัจจุบันจริง ๆ พระองค์กลับเห็นเพียงทิวเขากับที่ราบผืนใหญ่แผ่กว้างออกไปสุดขอบฟ้า โดยมีลำน้ำสาขาที่ต่างไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำสินธุ หรืออินดุสอันยิ่งใหญ่ และเป็นที่มาของชื่อ “อินเดีย”

จากแถบนี้ อเล็กซานเดอร์บัญชาให้กองทหารหลักพร้อมอาวุธหนักเดินทัพผ่านช่องเขาไคเบอร์ ตามแนวเส้นทาง Grand Trunk Road ผ่าน เมืองปุรุษปุระ หรือ เปศวาร์ ในปัจจุบัน ส่วนพระองค์นำไพร่พลที่เหลือรุกขึ้นเหนือไปตามหุบเขาแม่น้ำสวัตเพื่อปราบปรามอาณาจักรเล็ก ๆ แถบเทือกเขาหิมาลัยที่ยังไม่ยอมอ่อนน้อม โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การพิชิต เมืองเอออร์นอส (ปัจจุบันคือ พีร์ซาร์) ที่ร่ำลือกันว่าแม้แต่เฮอร์คิวลิสยังไม่สามารถตีลงได้ เมื่อปราบปรามอาณาจักรบนขุนเขาได้ดังประสงค์ อเล็กซานเดอร์ก็นำทัพลงสู่ที่ราบเบื้องล่าง ไปสมทบกับกองทหารหลักซึ่งยกมาตาม Grand Trunk Road ซึ่งมาถึงก่อนหน้า และตระเตรียมผูกโยงเรือนับร้อยลำพร้อมกับพาดแผ่นไม้ให้เป็นสะพานก่อนนำทัพทหารราวแปดหมื่นนายข้ามแม่น้ำสินธุเพื่อเดินทางต่อบน Grand Trunk Road อีกราว 60 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ เมืองตักศิลา นครที่เคยเกรียงไกรที่สุดในแถบนี้

กษัตริย์ผู้ปราดเปรื่องแห่งตักศิลาทราบข่าวเกี่ยวกับกองทัพอเล็กซานเดอร์ และจัดการส่งทูตไปแสดงความอ่อนน้อมมาตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยหวังจะได้พันธมิตรใหม่ เมื่อเดินทางถึงตักศิลา บรรดาทหารที่เหนื่อยล้าจากการศึกและการเดินทัพผ่านเทือกเขาสูงจึงได้การต้อนรับและเลี้ยงดูอย่างดี

Thai Airways International A350 aircraft
ช่องเขาไคเบอร์
ช่องเขาไคเบอร์

ปัจจุบันตักศิลาคือกลุ่มเมืองโบราณที่น่าประทับใจที่สุดของปากีสถาน มีฐานะเป็นมรดกโลกอันโดดเด่น โดยปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการสร้างเมืองขึ้นใหม่หลายครั้ง ซากเมืองส่วนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุย้อนไปราว 2,500 ปี เต็มไปด้วยตรอกซอยสายเล็กสายน้อยตัดกันแบบไร้ระเบียบเยี่ยงเมืองโบราณทั่วไปในแถบนี้ แต่ส่วนที่น่าสนใจมาก คือเมืองโบราณชื่อ สิรกัป ที่สร้างขึ้นราว 2,200 ปีที่แล้ว หรือหลังจากยุคของอเล็กซานเดอร์ไม่นานนัก เพราะเมืองนี้มีถนนสายหลักทอดตรงดิ่งตามแกนเหนือใต้ตามแบบเมืองของชาวกรีก ด้านเหนือของสิรกัป ยังมี วิหารจันเดียล ซึ่งเหลือร่องรอยของเสาแบบไอโอนิก และมีสัดส่วนแบบวิหารกรีกชัดเจนที่สุด

ตำนานเล่าขานที่ว่าบรรพบุรุษของชาวตักศิลาบางคนมีผมสีทองตาสีฟ้าเป็นสิ่งหาฟังได้ไม่ยาก แต่ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของการผสมผสานวัฒนธรรมเอเชียใต้เข้ากับวัฒนธรรมกรีกที่เข้ามาพร้อมกับกองทัพอเล็กซานเดอร์ ผ่านทาง Grand Trunk Road คือโบราณวัตถุที่เก็บรักษาอยู่ภายใน พิพิธภัณฑ์ตักศิลา โบราณวัตถุล้ำค่าที่รวบรวมอยู่ภายในมีใบหน้า ท่วงท่า ทรงผม และเน้นชุดคลุมพริ้วไหวอย่างศิลปะกรีกแบบเฮเลนิสติกไม่ผิดเพี้ยน และรู้จักกันในชื่อ ศิลปกรรมแบบคันธาระ การสื่อสารสิ่งต่าง ๆ ออกมาตามขนบสัจนิยมแบบกรีกนี้เอง ที่ปูทางสู่การสร้างพระพุทธรูปรุ่นแรกสุดขึ้นในแถบนี้ตั้งแต่สองพันปีที่แล้ว ก่อนจะได้รับความนิยมแพร่หลาย จนพลิกโฉมวิถีที่ชาวพุทธทั่วโลก แสดงความระลึกถึงพระธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าไปตลอดกาล

ห่างจากตักศิลาไปทางตะวันออกเพียง 30 กิโลเมตร เราก็มาถึง กรุงอิสลามาบัด เมืองศูนย์กลางการบริหารราชการแห่งใหม่ที่สร้างขึ้นในทศวรรษ 1960 (หลังจากปากีสถานเป็นประเทศเอกราชได้ราว 20 ปี) โดยตั้งประชิดกับเมืองการค้าที่เก่าแก่และจอแจกว่ามากชื่อ ราวัลปินดี หรือที่คนท้องถิ่นนิยมเรียกย่อ ๆ ว่า “ปินดี” จากจุดนี้เส้นทาง Grand Trunk Road ในชื่อทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 5 ยังทอดยาวต่อไปทางตะวันออกเฉียงใต้อีกกว่า 300 กิโลเมตร โดยทอดข้าม แม่น้ำเจลัม ที่กองทัพของอเล็กซานเดอร์ เคยเผชิญหน้ากับช้างศึกนับร้อยเชือกของกษัตริย์โพรัส ตัดผ่านที่ราบใหญ่ของรัฐปัญจาบเข้าสู่นครลาฮอร์

พิพิธภัณฑ์ตักศิลา
พิพิธภัณฑ์ตักศิลา

เส้นทางส่วนนี้คือเส้นเลือดหลักที่สำคัญยิ่งยวดต่อเศรษฐกิจของปากีสถาน ทั้งยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงที่สุดและต้องได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เฉกเช่นที่เคยเป็นมาตลอดหลายพันปี ทูตชาวกรีกชื่อเมกาเทเนสที่เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับจักรวรรดิเมารยะ เมื่อราว 2,300 ปีก่อน บันทึกเรื่องถนนหลวงที่ยึดโยงเมืองสำคัญอย่างเปศวาร์ และตักศิลา เข้ากับเมืองหลวงปาฏลีบุตร (ปัจจุบันคือ ปัฏนา) เอาไว้ว่า ‘พระเจ้าจันทรคุปต์แห่งจักรวรรดิเมารยะผู้ปกครองที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ จัดการซ่อมสร้างเส้นทางอุตตราปาฐที่มีมาแต่เดิมให้ใช้การได้ดี

ต่อมาถนนหลวงสายโบราณนี้ ถูกซ่อมสร้างอย่างจริงจังอีกครั้งในรัชกาลของขุนศึกเชื้อสายอัฟกันชื่อ เศร ศาหะ สุรี ผู้ครองอำนาจจากบาลูจิสถานจรดบังคลาเทศในศตวรรษที่ 16 แม้รัชกาลของพระองค์จะกินเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น แต่เศร ศาหะ สุรี คือผู้บุกเบิกการสร้าง หอสูงคอสมินาห์ ขึ้นเป็นหลักหมายตาสำหรับผู้ใช้เส้นทาง ทั้งยังสร้างบ่อน้ำเพิ่มเติม สร้างที่พักสำหรับคาราวาน ซึ่งว่ากันว่ามีการแจกอาหารและน้ำสำหรับผู้เดินทางฟรีด้วย

จักรพรรดิแห่งราชวงศ์โมกุลที่ครองอำนาจต่อมายังสานต่อการสร้างที่พักและปลูกต้นไม้เพื่อคุ้มแดดฝนให้ผู้ใช้เส้นทางเพิ่มเติม โดยเฉพาะองค์จักรพรรดิจาฮังกีร์ที่บัญชาให้นำหินและอิฐเผาไฟมาซ่อมสร้างที่พักกองคาราวานให้มั่นคงแข็งแรง แถมยังสร้างสะพานเพิ่มเติมในหลายจุด จนผู้คนในช่วงศตวรรษ ที่ 17 พากันเรียกถนนสายนี้ว่า บาดชาฮีซาดัก หรือ “ถนนของราชันย์” ใกล้จุดที่ถนน Grand Trunk Road ทอดมาจรดตลิ่งของแม่น้ำราวีซึ่งเป็นแควสำคัญของแม่น้ำสินธุ ท่านจะพบพื้นที่สีเขียวผืนมหึมาที่ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนด้วยรางน้ำตามขนบการสร้างสวนชารบักแบบเปอร์เซียใต้อาคารหลังใหญ่ที่มีหอสูงตั้งตระหง่านอยู่ทั้ง 4 มุม คือคูหาประดับด้วยหินสีอย่างวิจิตรพิสดาร อันเป็นที่ฝังพระศพของจักรพรรดิจาฮังกีร์ ผู้สวรรคตจากการเสพติดฝิ่นในปี พ.ศ. 2170

มัสยิดบาดชาฮี
มัสยิดบาดชาฮี

บนฟากตรงข้ามของแม่น้ำราวี คือตัวเมืองลาฮอร์เก่าที่ยังหลงเหลืองานสถาปัตยกรรมอันอลังการจากสมัยราชวงศ์โมกุลมากมาย เริ่มจาก มัสยิดบาดชาฮี หรือ “มัสยิดหลวง” ที่โดดเด่นด้วยลานกว้างที่สามารถจุผู้ศรัทธาจำนวนมากถึงหนึ่งแสนคน ถัดไปคือ ป้อมลาฮอร์ อันเป็นทั้งที่ประทับและท้องพระโรงสำหรับออกว่าราชการของจักรพรรดิ แม้ว่านครลาฮอร์ในวันนี้จะขยายตัวออกไปกว้างขวาง แต่บรรยากาศการต่อรองราคาในย่านการค้าเก่าแก่ใกล้ ประตูแคชเมียร์ ทางทิศเหนือของเมืองเก่า ยังคงเปี่ยมสีสันจนชวนให้นึกถึงคืนวันที่พ่อค้ายังสัญจรไปมาด้วยรถลากเทียมวัวและม้าตามเส้นทาง Grand Trunk Road เวอร์ชันศตวรรษที่ 17

หากออกจากเมืองเก่าลาฮอร์ทางทิศตะวันออก ผ่านทาง ประตูเดลี เราจะกลับสู่ Grand Trunk Road อีกครั้ง ด่านพรมแดนกับอินเดียอยู่ห่างออกไปเพียง 30 กิโลเมตร ฉากชีวิตบนสองข้างทางถนน GT Road ในปัจจุบันและเรื่องราวมากมายฝังแน่นอยู่กับสถานที่ต่าง ๆ ที่รุ่งเรืองและเสื่อมถอยลงเพราะความเกี่ยวข้องกับ GT Road เวอร์ชันก่อน ๆ ล้วนสะท้อนภาพเสน่ห์อันซับซ้อนของปากีสถานดินแดนที่ยังอัดแน่นด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่รอให้ผู้คนอีกมากมายหาโอกาสเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ให้ Royal Orchid Holiday นำท่านย้อนเวลากลับไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของปากีสถาน และร่วมค้นพบที่สุดแห่งการเดินทางบนเส้นทางสายตำนานอื่น ๆ ได้ที่ www.royalorchidholidays.com

ตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์สู่อารยธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ปากีสถาน เดินทางสู่ปากีสถานกับการบินไทย

Latest Stories

Jalan Alor Street Art

บทความภาษาไทย

พลวัตแห่งสีสันของกัวลาลัมเปอร์

Inspiration

Thonburi: The Parallel Dimension of Bangkok's Heart

บทความภาษาไทย

72 ชั่วโมงในโคเปนเฮเกน: เมืองล้ำสมัยที่ส่องประกายแห่งความยั่งยืน

Footer

About Us

  • Our website
  • Advertise with us
  • User agreement
  • Privacy policy
  • Cookie policy
Thai Airways

Social

  • Instagram

COPYRIGHT © 2026 Thai Airways International Public Company Limited (THAI). All rights reserved.

A Star Alliance Member
Sawasdee
  • Happenings
  • Inspiration
  • Food & Drink
  • บทความภาษาไทย
  • Thai Airways
  • Download e-Magazine
  • Toggle Search

    City Guides

    วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

    Chiang Mai

    Bangkok

City Guides

วัดป่าดาราภิรมย์ (เครดิตรูปภาพ: iStockphoto)

Chiang Mai

Bangkok

BOOK FLIGHTS NOW